โฟล์คสวาเกน รับซื้อรถระบบดีเซลคืนร่วมแสนคัน

โฟล์คสวาเกน รับซื้อรถระบบดีเซลคืนร่วมแสนคัน

โฟล์คสวาเกน รับซื้อรถระบบดีเซลคืนร่วมแสนคัน

บริษัท “โฟล์คสวาเกน” ขาใหญ่แห่งวงการรถยนต์ ประกาศแผนรับซื้อรถที่ใช้ระบบเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลนับแสนคัน ตามกำหนดนโยบายของรัฐบาลเยอรมนี ห้ามใช้รถยนต์เครื่องระบบดีเซลในหลายเมืองทั่วประเทศ เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศที่กำลังเผชิญ

ด้วยเหตุนี้ทำให้ “โฟล์คสวาเกน” จำเป็นต้องรับซื้อรถที่ใช้เครื่องระบบดีเซลจำนวนมาก อีกทั้งยังมีรายงานว่าทางบริษัท ต้องจอดรถเหล่านี้ทิ้งไว้มากถึง 3 แสนคัน ทั่วทุกพื้นที่จัดจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา

โฟล์คสวาเกน ต้องสูญเสียเงินรับซื้อรถคืนทั้งหมดกว่า 7.4 พันล้าน

ด้วยเงินที่ต้องจ่ายในการรับซื้อรถที่ใช้เครื่องระบบดีเซลไปมากถึง 7.4 พันล้าน ด้วยจำนวนรถกว่า 3.5 แสนคันจนถึงภายในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยเหตนี้ จึงทำให้ทางบริษัทต้องจอดรถเหล่านี้ไว้ในจุดพักรถหลายแห่งทั่วประเทศ

จากรายงานเผยให้เห็นว่า“โฟล์คสวาเกน” เมื่อรับซื้อรถทั้งหมดไปแล้ว จะถูกนำไปเก็บไว้ในโกดังสินค้าทั้ง 37 แห่งทั่วสหรัฐฯ ที่มีขนาดความจุเพียงพอต่อรถเกือบ 3 แวนคันได้อย่างง่ายดาย โดยทางโฆษกของทางค่ายยังได้ระบุว่า “รถเหล่านี้ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี เพื่อนำกลับมาใช้งานได้อีกครั้งในอนาคต เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎ

หากไม่รับซื้อรถทั้งหมดคืน ต้องปรับปรุงให้ตรงตามมาตรฐาน

จากข้อกำหนดดังกล่าว จึงได้คาดการณ์ไว้ว่าทางบริษัทจะต้องใช้เม็ดเงินสูงถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญ ไปกับการรับซื้อรถที่เข้าข่ายมีปัญหามากกว่า 5 แสนคันทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการกำหนดระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2562 นี้เท่านั้น

ดังนั้น หากไม่รับซื้อรถทั้งหมดคืน ก็ต้องมีการปรับปรุงรถให้ตรงมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้ ซึ่งทางบริษัทจะต้องสามารถจัดการแก้ไขปัญหา 85% ให้ได้ก่อนถึงเวลากำหนดหากไม่อยากเสียค่าปรับเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ปัญหาทั้งหมดได้รับการแก้ไขไปแล้วกว่า 83% เมื่อสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

หากนับย้อนหลังไปถึงช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ จะพบว่า “โฟล์คสวาเกน” มีการออกจดหมายเสนอรับซื้อรถคืนไปแล้วกว่า 437,273 ฉบับ โดยสามารถคิดเป็นเม็ดเงินได้กว่า 8 พันล้านเหรียญ โดยมีรายงานถึงสิ้นปี 2560 ว่า รถทั้งหมดที่ถูกรับซื้อคืนมีจำนวนทั้งสิ้น 3.35 แสนคัน ขายกลับไปจำนวน 1.3 หมื่นคัน และถูกทำลายลงไปอีกประมาณ 2.8 หมื่นคัน โดยจำนวนรถทั้งหมดนั้นมีการเก็บรักษาไว้อีกประมาณ 2.94 แสนคันทั่วประเทศ