แจ้งจับนายหน้าหลอกรับซื้อรถ เชิดขายต่อ

แจ้งจับนายหน้าหลอกรับซื้อรถ เชิดขายต่อ

แจ้งจับนายหน้าหลอกรับซื้อรถ เชิดขายต่อ

            แจ้งจังขบวนการ 18 มงกุฎ หลอกเป็นนายหน้ารับซื้อรถที่ลงขายในเว็บไซด์ชื่อดัง มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 15 ล้านบาท เผยกลโกง ยอมยกรถให้ไป ได้แค่เงินดาวน์ไม่กี่หมื่นอ้างรอทำสัญญาเพื่อเปลี่ยนผู้ครอบครองรถ เมื่อถึงเวลานัดแล้วติดต่อไปไม่ได้ ถูกเชิดรถหนีหายทันที นำไปขายต่อตามเต็นท์รถมือสองและประกาศขายในเฟซบุ๊ก ทนายดังแฉประวัติมิจฉาชีพมีหมายจับคดีฉ้อโกง คาดว่าคนมีสีเข้ามาพัวพัน

ผู้เสียหายกว่า 15 ราย ที่ถูกหลอกรับซื้อรถผ่านทางเว็บไซด์ แล้วถูกเชิดรถหนีหายไป คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 15 ล้านบาท ได้มาเข้าพบ พ.ต.ท.ทองศูนย์ อุ่นวงษ์ พงส.ผนก.กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายขวัญชัย บุตรศรีดี และ น.ส.ชลธิชา มารดาพิทักษ์ อายุ 32 ปี และพรรคพวก ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยนำเอกสารภาพถ่ายรถยยนต์ และสัญญาซื้อขาย มามอบให้ไว้เป็นหลักฐานกับเจ้าหน้าที่

ทนายสงกานต์เข้าช่วยเหยื่อถูกหลอกรับซื้อรถ

ทนายสงกานต์เล่าว่า สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกหลอกรับซื้อรถ ได้ประสานมายังเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกซื้อรถยนต์ที่ผู้เสียหายประกาศขายไว้ในเว็บไซต์ชื่อดัง ได้แก่ เว็บไซต์โอแอลเอ็กซ์ และเว็บไซต์ขายดีดอทคอม

ซึ่งขบวนการหลอกลวงรับซื้อรถดังกล่าว จะใช้วิธีนัดหมายมาทำสัญญาซื้อขาย พร้อมให้วางเงินมัดจำเป็นจำนวน 30000-50000 บาท ที่ผู้เสียหายวางไว้เป็นราคาดาวน์ โดยกลุ่มคนร้ายแหล่านี้อ้างว่า จะทำสัญญาโอนเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองให้อีกครั้งในภายหลัง ใช้เวลาประมาณ 15 วัน

มีอีกมากที่ตกเป็นเหยื่อยถูกหลอกรับซื้อรถ

ทั้งนี้ ผู้เสียหายที่ถูกหลอกรับซื้อรถ เมื่อหลงกลมอบรถให้กลับกลุ่มคนร้าย หลังจากครบกำหนดระยะเวลาโอนตามสัญญาแล้ว ผู้เสียหายกลับไม่สามารถติดต่อตัวคนร้ายได้แต่อย่างใด จากนั้น เมื่อตรวจสอบดูข้อมูลรถยนต์ผู้เสียหายก็ค้นพบว่า รถดังกล่าวได้ถูกนำไปขายตามเต็นท์รถยนต์มือสอง รวมถึงตามประกาศซื้อขายในเฟซบุ๊ก ในกลุ่มซื้อขายรถยนต์

เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงรับซื้อรถจึงรวบรวมผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งมีผู้เสียหายบางรายได้เข้าแจ้งความกับตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ แต่ส่วนมากจะปฏิเสธไม่รับทำคดี เนื่องจากพนักงานสอบสวนให้ความเห็นว่าเป็นคดีแพ่ง

นายสงกานต์กล่าวว่า “คดีรับซื้อรถลักษณะนี้ไม่ใช่ความผิดทางแพ่ง เพราะคนร้ายมีเจตนาหลอลวงผู้เสียหายตั่งแต่ทีแรก ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายไปในทางฉ้อโกง ที่สำคัญ เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลของคนร้ายก็พบว่า เคยถูกออกหมายจับในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงในลักษนี้มาแล้วหลายพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบข้อมูลอีกว่า มีกลุ่มคนมีสีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดดังกล่าวด้วยเช่นกัน”