ยืดอายุแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ด้วยการบำรุงรักษาที่ถูกวิธี

ยืดอายุแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ด้วยการบำรุงรักษาที่ถูกวิธี

ยืดอายุแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ด้วยการบำรุงรักษาที่ถูกวิธี

นอกจากเครื่องยนต์ของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ที่ต้องให้ความสำคัญในการดูแลรักษาเป็นพิเศษแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเอาใจใส่ควบคู่กันไปก็คือ “แบตเตอรี่” ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน ดังนั้น การดูแลรักษาแบตเตอรี่ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

1.ดูแลรักษาแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ด้วยฝีมือช่างผู้มีความชำนาญ

การบำรุงและดูแลรักษาแบตเตอรี่ ควรว่าจ้างช่างที่มีความนาญมาตรวเช็คค่าถ่วงจำเพาะให้เสมอ เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่า แรงดันของเซลล์แบตเตอรี่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ โดยให้ทำอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน ถึงแม้ว่าแบตเตอรี่ จะมีขั้นตอนดูแลรักษาหลายด้าน แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

เพราะความปลอดภัยของการทำงานบนรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าต้องมาก่อนเสมอ ดังนั้น จึงควรดูแลรักษาแบตเตอรี่ด้วยฝีมือช่างผู้มีความเชี่ยวชาญทุกครั้ง เพราะนอกจากช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุและเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้ว ยังสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี ให้กับกิจการที่ทำอยู่

2.ต้องดำเนินการทันที เมื่อพบว่าแบตเตอรี่ของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า เกิดผิดปกติ

แบตเตอรี่ของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ไม่ได้มีความแตกต่างจากแบตเตอรี่ประเภททั่วไป ๆ ที่ถูกใช้งานอยู่ในปัจจุบันมากนัก ดังนั้น เมื่อพบว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดแล้ว ก็ควรชาร์จโดยทันที (ไม่ควรฝืนใช้ต่อไป) โดยทำการชาร์จต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 8 ชั่วโมงติดต่อกัน ถึงสามารถช่วยถนอมแบตเตอรี่ ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้นได้ ให้พร้อมทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ก่อนทำการชาร์จต้องอย่าลืมตรวจสอบ ว่าได้เสียบปลั๊กของแบตเตอรี่กับตู้ชาร์จแน่นหนาพอหรือไม่ เพราะหากเสียบไม่แน่นเลย หรือติด ๆ ดับ ๆ ก็สามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้ หรือเสื่อมสภาพไวกว่าที่ควรเป็น

3.สถานที่สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ต้องมีความเหมาะสม

สถานที่ในการชาร์จแชตแบตเตอรี่ต้องมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ก่อนชาร์จต้องตรวจสอบว่าสถานที่นั้น มีอากาศถ่ายเทดีมากน้อยแค่ไหน เนื่องจาก ขณะทำงานชาร์จแบตเตอรี่นั้น ปริมาณน้ำกลั่นที่บรรจุได้ระเหยออกมาด้วย ดังนั้น ควรทำการตรวจสอบสถานที่ให้ดี ก่อนทำการชาร์จแบตเตอรี่

นอกจากสถานที่ต้องมีอากาศต้องถ่ายเทสะดวกแล้ว ควรทำการตรวจสอบระดับของแบตเตอรี่ก่อนชาร์จทุกครั้งด้วย พร้อมกับตรวจสอบระดับน้ำกลั่น ปลั๊กไฟ รวมถึงส่วนที่เกี่วข้องต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนเสมอ หากตรวจสอบพบว่า ทุกอย่างยังคงอยู่ในสภาพดี ไม่มีสิ่งผิดปกใดใดเกิดขึ้น ก็สามารถทำการชาร์จได้ปกติ

แต่หากตรวจสอบพบความผิดปกติ ต้องดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขทันที ก่อนทำการชาร์จอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงขั้นตอนการทำความสะอาดด้วย หากพบว่าขั้วแบตเตอรี่ และผิวของแบตเตอรี่ด้านบนสกปรก หรือมีขี้เกลือเกาะอยู่บริเวณรอบ ๆ ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำร้อน และเช็ดให้แห้ง.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความอย่างเป็นทางการ http://www.ti-techin.com/