ตรวจเช็คหม้อน้ำด้วยตัวเองง่ายๆ ไม่ต้องถึงมือช่าง

ตรวจเช็คหม้อน้ำ 0

ตรวจเช็คหม้อน้ำด้วยตัวเองง่ายๆ ไม่ต้องถึงมือช่าง

ระบบระบายความร้อนรถยนต์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถือว่าเป็นหัวใจหลักของเครื่องยนต์เลยก็ว่าได้  เพราะด้วยความร้อนสะสมในขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน บวกกับอุณหภูมิภายนอกที่ร้อน หากระบบระบายความร้อนไม่ดีหรือมีปัญหา อาจทำให้เครื่องยนต์น็อคได้  ดังนั้นจึงต้องหมั่นตรวจเช็คเป็นประจำ ซึ่งในบทความนี้จะมีวิธีการตรวจเช็คหม้อน้ำด้วยตนเองและวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้นมาฝากกัน

วิธีตรวจเช็คระดับน้ำในหม้อน้ำ

เราสามารถตรวจเช็คระดับน้ำหล่อเย็นได้ในขณะที่เครื่องเย็น แต่ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำตอนเครื่องร้อนเด็ดขาด วิธีเช็คก็ง่ายๆ แค่เปิดฝาหม้อน้ำดู สังเกตปริมาณระดับน้ำในหม้อน้ำ ซึ่งน้ำจะต้องเต็ม หากตรวจเช็คแล้วพบว่าปริมาณน้ำลดลงไป ก็จัดการเติมน้ำยาหล่อเย็นให้เต็ม ซึ่งน้ำยาหล่อเย็นก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอะไหล่ทั่วไป และศูนย์บริการทุกแห่ง และให้สังเกตสีของน้ำยาหล่อเย็นของเดิมที่อยู่ในหม้อน้ำ หากสีเปลี่ยนไปจากเดิมเช่น น้ำเริ่มเป็นสีสนิม ก็ควรเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น

วิธีตรวจเช็คน้ำในหม้อพัก

สังเกตที่หม้อพักน้ำยาหล่อเย็น จะมีสัญลักษณ์บอกระดับน้ำคือ Min และ Max หากน้ำอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า Min (ขีดล่าง) คือน้ำน้อยเกินไป ถือว่าอันตราย เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ฮีตได้ วิธีแก้คือ จัดการเติมน้ำยาหล่อเย็นเข้าไป จนให้ถึงสัญลักษณ์ Max (ขีดบน) และหากเราเติมเยอะเกินไปจนเลยขีด Max ควรดูดออก เพราะเวลาเครื่องยนต์ร้อน น้ำจะเดือด ซึ่งอาจทำให้น้ำล้นออกมาได้

ตรวจเช็คหม้อน้ำ 02

ข้อควรระวัง

– ไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องยนต์ร้อน เพราะน้ำที่กำลังเดือดอาจพุ่งใส่ในขณะที่เปิดฝา
– น้ำที่เติม ควรเป็นน้ำยาหล่อเย็นที่ใช้สำหรับเติมในหม้อน้ำ สามารถหาซื้อได้จากศูนย์บริการและร้านขายอะไหล่ทั่วไป ราคาประมาณลิตรละ 100 กว่าบาท ไม่แนะนำให้ใช้น้ำประปา เพราะในระยะยาวอาจก่อให้เกิดตะกรันและสนิมในหม้อน้ำ

ทำไมจึงต้องหมั่นตรวจเช็คเป็นประจำ?

ในการตรวจเช็คระดับน้ำในหม้อน้ำและหม้อพักนั้น ควรหมั่นเช็คบ่อยๆ หรือเช็คทุกวันเลยยิ่งดี เพราะเราจะได้ทราบว่ารถเราผิดปกติหรือไม่ สมมุติว่า วันนี้เราเติมน้ำจนได้ระดับที่พอดีแล้ว แต่พอวันรุ่นขึ้น ปรากฎว่าน้ำที่เติมไปลดหายอีกแล้ว หากเป็นกรณีนี้ สันนิษฐานได้เลยว่าต้องเกิดความผิดปกติอะไรสักอย่างกับรถของเรา  เช่นหม้อน้ำรั่ว, ท่อยางแตก, พัดลมหม้อน้ำไม่ทำงาน, ประเก็นแตก, ฝาโก่ง เป็นต้น และขณะขับรถให้เราหมั่นมองไปที่เกจ์ความร้อน หากความร้อนขึ้นสูงกว่าปกติ ให้รีบจอดรถทันที เพราะหากขับต่ออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้